ข้าวเคยได้ยินเรื่องคล้ายๆ ทำนองนี้ด้วยค่ะพี่ราชา แต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างกันนิดหน่อย คือ นักบินอวกาศของนาซามีปัญหาไม่สามารถใข้ปากกาเขียนหรือบันทึกเหตุการณ์จำเป็นอะไรต่างๆ ได้บนยานอวกาศด้วยสภาพไร้น้ำหนัก เมื่อกลับลงมาก็รายงานนาซา นาซาเลยระดมนักวิทยาศาสตร์ ลงทุนและทดลองการสร้างปากกาที่สามารถเขียนในสภาวะไร้น้ำหนักได้ นักวิจัยของนาซาก็ถูกระดมมาเป็นการใหญ่เพื่อประดิษฐ์ปากกาตัวใหม่นี้ บ้านช่องไม่ได้กลับเป็นเดือนๆ จนภรรยาที่บ้านทนไม่ไหวว่านาซาทดลองอะไรกันถึงได้กัก "ซ้ามี" เอาไว้เป็นเดือนๆ อย่างนี้ เลยโทรไปถามที่นาซา ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า บรรดา"ซ้ามี" ทั้งหลายนี่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดประดิษฐ์ปากกาพิเศษที่สามารถเขียนได้ในสภาวะไร้น้ำหนักในอวกาศ ด้วยความสงสัยฝ่ายภรรยาเลยถามกลับมาว่า "แล้วทำไมไม่ใช้ดินสอล่ะคะ?"
เรื่องก็เอวังด้วยประการละฉะนี้แล
ขวัญข้าว ข่าน
อาบังเคยได้อ่านอีกเรื่องแต่ไม่เกี่ยวกับปากกา....
คือการที่มนุษย์ส่งยานอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารก็ไม่ใช่ที่จะหาสิ่งมีชีวิตนอกนอกเพียงอย่างเดียว..หลังจากมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์แล้วเก็บตัวอย่างกลับมาบนโลกนี้เพื่อวิเคราะห์ทำให้ทราบว่า..บนผิวของดวงจันทร์และข้างใต้ผิว..มีแร่หลายอย่างที่มีเหมือนโลกเราและแร่บางอย่างที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่าโลกเราอาทิเช่น..แร่ดีบุก,แร่เงิน,แร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆบนโลก..รวมถึงสายแร่ทองคำและทองคำขาวซึ่งทีมนักสำรวจพบว่าทองคำขาวที่พบบนดวงจันทร์มีความใสและบริสุทธิ์กว่าบนโลกมากๆ....อ้อๆอีกอย่างซึ่งน่าทึ่งมากหากเป็นข้อมูลจริงนั่นคือเพชร....
หมายเหตุ:ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นเรื่องไม่จริงก็ได้อย่าไปเชื่อมันมากนักเลย...
อาบัง
ก็ฟังเรื่องเล่าจากเพื่อนๆๆมาว่า...ในองค์การนาซ่า...เขาเลื่อมใสศานาพุทธกันนะคะก็ไม่เคยได้อ่านพบหลักฐานที่ไหน..
แต่พี่แดงรู้เรื่องไอสไตล์...นักวิทยาศาตร์ชื่อดังจากสมัยเรียนมัธยม..จากนั้นก็จากหนังสือ รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้วของนักเขียนพรอนงค์ นิยมค้า...และรู้จากอาจารย์ที่มาอบรมให้ที่ทำงานและพูดถึงเรื่อง องค์ความรู้ และอาจารย์ท่านจะพูดถึงไอสไตล์และอาจารย์ถามพี่แดงเกี่ยวกับเนื้อหาการอบรมพี่แดงเลยถามเกี่ยวกับไอสไตล์กับศาสนาเพราะมีบางอย่างเกี่ยวเนื่องกัน...อาจารย์เล่าว่าไอสไตล์เลื่อมใสศาสนาพุทธ
และเวลาใกล้เคียงกันพี่แดงเห็นหนังสือเกี่ยวกับไอสไตล์จึงซื้อมาไว้ให้น้องยีน....ในหนังสือเขาเล่าถึงบ้างว่าไอสไตล์แรกๆๆค่อนข้างจะต่อต้านศาสนา...เพราะเขาเป็นนักวิทยาศาตร์เขาจึงเริ่มลงมือหาข้อพิสูจน์...ว่าไม่ไปด้วยกันได้....แต่ไปๆๆมาๆๆเขากลายเป็นนักศาสนาได้อย่างดีมาก....เขาเล่าในนั้นพี่แดงได้อ่านเองด้วยว่า...ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวที่เป็นวิทยาศาตร์...และคล้ายกับศาสนาในอนาคตของชาวโลกในอนาคตมาก...
ท่านอาจารย์ทางศาสนาพุทธคือท่านพุทธาสและอีกหลายท่านจะกล่าวเสมอว่าเป็นศาสนาที่เหนือกว่าวิทยาศาตร์....
ท่านพุทธทาสพี่แดงรู้จักท่านจากหนังสือคู่มือมนุษย์...ตอนที่พี่แดงเรียนต่อเนื่องที่ศาลายา....อาจารย์ผู้หญิงท่านนึงจะพูดถึงอยู่เป็นประจำเรื่องหนังสือคู่มือมนุษย์พี่แดง..มักเป็นคนที่ขี้สงสัย...ถ้าได้ยินแล้วต้องรู้จักด้วย....จึงได้หามาอ่าน....ศีลข้อ 1.พี่แดงได้จากอาจารย์พุทธทาสเพราะอ่านหนังสือท่าน...ท่านบอกว่าให้เริ่มจากยุง...ถ้ายุงกัดไห้ไล่ไปอย่าตบยุง....พี่แดงหัดวันแรกตัวสั่นเลยเพราะความโกรธที่เขากัดเรา...แต่หัดไปไม่นานประมาณ 1 - 2 วันก็สามารถไม่ตบยุงได้...แล้วสัตว์อื่นๆๆก็จะเป็นการปฏิบัติได้อย่างอัตโนมัติ...นอกจากที่ตายจากเราไม่เจตนาก็จะมีบ้างแต่ท่านว่าไม่ถือเป็นบาป...แต่ความอาฆาตของเขาอาจจะมีเพราะเขาขาดความรู้เรื่องกฏแห่งกรรมก็...จะเป็นเหตุให้เราลำบากอยู่เราก็ต้องเข้าใจและหมั่นแผ่เมตตาให้ตัวเราและสรรพสัตว์อยู่เสมอเผื่อว่าเขาได้รับแล้วเขามีความสุขเขาอาจจะอโหสิกรรมให้เราได้...หนักอาจจะเป็นเบาหรืออาจจะไม่มีเวรต่อกันอีเลยก็ได้....
ส่วนท่างด้านสมาธิหนังสือท่านพุทธทาส...พี่แดงยังไม่สามารถ....จนมีพี่คนนึงและนำแนวพระป่าของท่านอาจารย์มหาบัว พี่แดงได้หนังสือมาอ่านและเริ่มทำสมาธิเป็น...แต่ยังไม่เก่งนะคะน้องๆๆ....พี่แดงแค่นำมาใช้แค่นั้น...
และตั้งแต่ปี 2520 พี่แดงอยู่ป.2 พี่แดงได้อ่านหนังสือประวัติท่านอาจารย์ฝั้น อาจาโรจากวันพระราชทานเพลิงศพของท่าน....พ่อพี่แดงถือมาไว้ที่บ้าน...พี่แดงชอบอ่านหนังสือก็เลยเริ่มรู้มาเรื่อย....และต้องมีเหตุอยู่ว่าก่อนที่จะเห็นหนังสือพี่แดงได้เห็นสิ่งที่ไม่ใช่เราอยู่บนต้นไม้....หนังสือท่านอาจารย์ฝั้นและท่านอื่นๆๆก็มักจะกล่าวถึงสิ่งเหล่านั้น..พี่แดงก็เหมือนว่าก็มีคนเห็นเหมือนเราก็ดีใจ....แต่นั้นมาพีแดงไม่เห็นอีกและไม่อยากเห็นด้วยเพราะกลัวสุดขีด......เลย....
และครูประจำชั้นของพี่แดงเขาลาไปอบรมนานเหมือนกัน...ก็เลยฝากนักเรียนไว้กะครูท่านนึง..ท่านจบมาทางด้านบวชเรียนแล้วมาเป็นครู...คุณครูท่านนั้นก็จะเล่าเรื่องพุทธศานาได้น่าสนใจมากๆ ....
ถ้าการสวดมนต์...พี่แดงได้จากหนังสืหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน....น้องสาวพี่แดง...เคยไปปฏิบัติธรรมที่นั่น.......และรู้ว่าพี่สาวชอบด้านนี้มาก...จึงให้ยืมหนังสือสวดมนต์.และตอนนั้นกำลังกังวลเรื่องงานพัฒนาคุณภาพมาก...พี่แดงค่อนข้างบ่นมากๆ...น้องเลยให้สวดมนต์ซะเลย....ก็นึกสงสารน้องที่รักเรา....ก็เลยตั้งใจสวดช้า - เย็น เริ่ม ประมาณ2542 - 2543 ค่ะ..ประมาณนั้น...หนึ่งปีผ่านไปก็ยังอาศัยหนังสืออยู่...แต่ว่ามีความจำเป็นต้องไปอบรมและร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานนอกสถานที่...ก็เลยตั้งใจสวด....จนเลิกอาศัยหนังสือ...และคืนหนังสือน้องสาวไปแล้วเพราะน้องสาวยืมเขามาอีกที....
ถ้าไม่สงสารน้องสาวพี่ที่เขาหวังดีพี่แดงก็คงไม่มีโอกาสได้สวดมนต์.....ตามปกติแล้วพี่แดงจะอ่านหนังสือ....และฝึกสมาธิ...และก็สวดมนต์สั้นๆๆเหมือนนักเรียนบ้างในบาครั้ง....การสวดมนต์นานไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำอดทนทำได้....แต่ปัจจุบันทำได้สม่ำเสมอดีค่ะ....