Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: หากเพื่อนๆ รู้สึกเบื่อ เพื่อนๆ จะทำอะไรกันบ้างค่ะให้หายเบื่อ
เยี่ยมจัง

Date:
หากเพื่อนๆ รู้สึกเบื่อ เพื่อนๆ จะทำอะไรกันบ้างค่ะให้หายเบื่อ
Permalink   


ช่วยบอกเยี่ยมจังหน่อยค่ะ ช่วงนี้ เบื่อๆ ยังไงก็ไม่รู้ ค่ะ




__________________
การบิน

Date:
Permalink   

สวัสดีค่ะ

เยี่ยมจัง ยายตัวดี มาทำมิวสิค เบื่ออะไรแภวนี้ ล้อเล่นๆ วิธีแก้เบื่อของเราก็เอาหนังอินเดียมาดูสิ เลือกแผ่นที่แปลไทย แต่ตัดไปมากๆ มาดู พอดูก็่จะอารมณ์เสีย แล้วก็เริ่มคิดหาแผ่นเต็มๆ มาดู นี่ล่ะ จะเริ่มหายเบื่อ เพราะต้อง ตากแดด ไป Tumul หรือ ไม่ก็ พาหุรัตไงดีมะ

ไว้เจอกันที่ทำงาน นะ
การบิน เพื่อน เยี่ยมจัง
แต่เป็นศัตรูเวลาตามล่าหนุ่มหล่อ


__________________
อาบัง

Date:
Permalink   

นั่งมองความรู้สึกของตัวเอง..นั่งดูชีวิตของตัวเอง.....และก็พักผ่อนให้เพียงพอ



__________________
daeng

Date:
Permalink   

        สวัสดีค่ะคุณเยี่ยมจัง


     สวัสดีคุณนกแล คุณPOD คุณอาบังและทุกๆคนค่ะ


อุบายแก้เบื่อของทุกคนดีมากเลยค่ะ


     และดิฉันก็ใช้วิธีเดียวกันเลยเหมือนเพื่อนทุกคน.เป็นต้นว่าตื่นแต่เช้าตั้งใจตักบาตรตอนเช้าให้ได้มากวันที่สุดโดยต้องฝึกหัดนะคะ...จากความตระหนี่ที่เราไม่เคยเห็นชัดว่าเรามีก็จะรู้สึกได้ว่ามีจริงมากหรือน้อยเราก็ตั้งใจรับรู้และอธิษฐานทำบุญให้ทานรักษาศีลเพื่อขัดเกลาความตระหนี่ให้เบาบางลงจนกว่าจะสละได้อย่างเต็มความภูมิใจ..แต่ถ้ายังตระหนี่อยู่พลอยไม่ทำบุญเลยก็จะเสียโอกาสความเจริญในชิวิตไปนะคะท่านบอกว่าให้ทานกับสัตว์ต่างๆจะให้ผล 100 เท่า ให้ทานกับคนที่ไม่มีศีลหรือเคยมีแต่ศีลขาดจะมีผล 1,000.เท่า.ทำบุญกับผู้ทรงศีลมีผล 100,000.เท่าและทำทานกับพระโสดาบันมีผลนับเท่าไม่ได้เลยและให้ทานกับพระโสดาบัน 100ครั้งไม่เท่ากับให้พระสกินาคามี 1ครั้ง.....อีกมากมายนะคะให้ศึกษาดู..แต่การให้ทานท่านว่าเป็นสมบัติทางวัตถุนะคะ ให้ทานกก็ต้องฝึกหัดค่ะแล้วตั้งสติดูว่าความตระหนี่เขาหายไปเมื่อไหร่แล้วการทำบุญก็จะเป็นอัตโนมัติไปเลยค่ะเมื่อความตระหนี่หายไปคืออานิสงได้ด้วยถ้าเราเฝ้าสังเกตุจะรู้จากเราผู้ปฏิบัตินี่แหละว่าบางครั้งสิ่งต่างที่เราต้องการทำไมมาหาได้โดยอัตโนมัติน่าแปลกใจและดีใจจัง...และเมื่อเราทำแล้วยังสวดมนต์และอุทิศให้ตนเองและให้ผู้อื่นแล้วก็จะมีบางอย่างที่เราต้องการมาหาเราโดยอัตโนมัติที่เกินความคาดหมายเพราะถ้าลำพังเราจะไม่สามารถทำได้ในระดับเหนือความคาดหมายได้อยู่แล้ว....มีประสบการณ์จริงค่ะเราสังเกตุดูนะคะดูจากสิ่งเล็กๆๆน้อยๆๆในชิวิตประจำวันของเรานี่แหละ.ยังมีการปลูกต้นไม้ที่เรารักมากๆๆก่อนนะคะเราะเรารักเขาเราก็จะขยันดูแลใจใส่.และอ่านหนังสือทุกประเภทได้..ดูvcdเพลงอินเดียที่เรารัก..ออกกำลังกายสัปห์ดาละอย่างน้อย 3 วันวันละไม่ต่ำกว่า 30 นาทีไม่รวมเวลาวอร์มup  5 นาที-down 5 นาที...และยังใช้วิธีดูความเบื่อสังเกตดูว่าความเบื่อจะออกไปเวลาไหน เขาอยู่กับเรานานแค่ไหน....แต่อย่าให้ความเบื่อซึมเข้าใจนะคะ..ต้องฝึกนิดนึงเส้นกั้นระหว่างความเบื่อกับใจของเราเรียกว่าสติคือความรู้สึกตัวอยู่....ตามจุดนี้ให้ทันกันอย่าให้หลุดถ้าเราเฝ้าดูอย่างมีสติแล้วอย่างนี้เราจะชำนาญขึ้นๆๆและเรายังสามารถเฝ้าความเบื่อ และรู้ว่าหายไปเวลาไหนแล้วยังสามรถทำกิจกรรมอื่นๆๆได้ด้วยไปพลางๆๆเมื่อเราเฝ้าดูเขาจนสักวันเขาอยู่กับเราโดยใช้เวลาสั้นลงๆๆจนอาจจะไม่เหลืออยู่ความสุขจะเริ่มเข้ามาแทนจากความสำเร็จในกิจกรรมการการฝ้าดูความเบื่อนั้น...ผู้รู้ท่านแนะนำมาว่าอย่าตัดรอนความเบื่อทันทีเพราะเขายิ่งจะซึมและฝังลงไปในจิตใต้สำนึกเพิ่มขึ้นทุกวันๆๆต้องเฝ้าดูค่ะจนกว่าสติปัญญาในการฝึกหัดในด้านนี้จะเก่งกล้าแล้วเขาจะลดลงจนหายไปค่ะ...หาเวลาให้ตนเองได้ฝึกสมาธิวิปัสสนาที่มีครูอาจารย์ที่ดีนะคะ..ท่านบอกว่าอานิสงค์ของจิตที่รวมเข้าสมาธิจะมีผลเท่ากับเราทำกฐิน 100 กองค่ะแต่เป็นสมบัติทางด้านสติปัญญานะคะ..และสมบัติทางวัตุถุและสติปํญญามากมายก็จะมีชิวตที่งดงามค่ะ...แต่ถ้ายิ่งหย่อนก็จะลำบากสมบัติทางกายไม่มีก็ได้นะคะในทางพุทธศานาแต่จะลำบากมากน่าเศร้าใจเลยละค่ะ.ท่านไม่ได้ใครไม่ให้อยากรวยแต่ขอให้ได้มาโดยชอบ...และงพึงใจในสิ่งที่ตนได้ยึ่งขยันแสวงก็จะยิ่งมีมากมายแต่ไม่โลภอยากได้มาในทางที่ผิดนะคะ...และก็มีชีวิตตามปกติทั่วไปของชาวโลกแต่ดูแลตนเองให้พอเหมาะ....สิ่งที่ชอบมากมายก็คือการดูหนังอินเดียค่ะแต่ก่อนดูได้ไม่กี่แนวแต่ตอนนี้ดูได้ทุกแนว...ต้องยกความดีให้ชารุก  คารีน่า  และแอชวารายา บอลลีวูดและประเทศอินเดียมากๆๆเลยค่ะที่สมารถทำให้ดิฉันสารมารถเชื่อมโยงพุทธศานาที่ดิฉันรักและศัทธาออกมาเป็นรูปธรรมได้โดยผ่านออกมาจากหนังอนเดีย...เป็นเรื่องแปลกที่คนไม่เข้าในแล้วจะงงไปเลยว่ากำลังพูดอะไร.....คือประมาณว่าอินเดียถึงจะคนละศานากับเรานะคะ...แต่ความศรัทธาและเข้าใจลึกซึ้งในหลักศานาของเขาความรักในความเป็นอินเดียของเขามีมากมายและนุ่มนวลพอที่จะเชื่อมโยงให้คนที่นับถือศาสนาพุทธอย่างดิฉันเข้าใจศานาพุทธของตนเองได้ดีขึ้นกว่าการที่เพียงแค่ได้รับฟังจากท่านผู้รู้เองหรือได้อ่านจากหนังสือเพราะถ้าแค่นั้นเราก็นำมาฝึกแบบมีตัวอย่างแต่เป็นวชาการที่ถ้าไม่มีความมุ่งมั่นจะช้า....สาเหตุเพราะหนังอินเดียเป็นเรื่องที่งดงาม จินตนาการอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของชิวิตคนทั่วไป...มีคุณธรรมตามหลักศาสนาของเขาอย่างดีจึงมีเสน่ห์....เปรียบเหมือนคนถ้ามีคุณธรรมแล้วจะมีเสน่ห์ในความดีนะคะถ้าทุกคนสามารถเข้าใจได้ว่าคุณธรรมคืออะไร....คุณธรรมมีในหนังอนเดียทุกเรื่องค่ะ.....จึงเรียกได้ว่าหนังอนเดียเป็นพี่เลี้ยงของผู้ที่สนใจในศาสนาพุทธด้เป็นอย่างดีทีเดียว....ดิฉันขอยกตัวอย่างนะ..เรื่องบาปรักสามชิวิต....บทสรุปคือสมหวังระหว่างคนสองคนที่รักกันแต่มีคุณธรรมในข้อที่จะไม่ยอมทำร้ายเพื่อน....ถ้าดิฉันดูนะคะพระเจ้าที่เหล่าดาราในเรื่องที่ราชเขาอ้อนวอนว่า...สุดแล้วแต่ความเห็นของท่านแล้ว...ได้ออกมาช่วยโดยนำความถูกต้องที่ยิ่งใหญ่มาให้พระเอกกับนางเอกสมหวัง...และถูกต้องกับทีน่าด้วย...แต่ทีน่าเขาจะค้นพบความจริงเองในฐานะของมนุษย์จากข้อสังเกตุเรื่องกำไรแขนของที่เป็นของหมั้นของราช...และมาประกอบกับการตัดสินของพระเจ้าเมื่อเห็นสีแต้มหน้าผากเจ้าสาวตกลงบนศีรษะปูจา....พระเจ้าและความเป็นคนดีและมีคุณธรรมของทุกคนในเรื่อง....ได้ช่วยเหลือกันไปสู่ความถูกต้องอันยิ่งใหญ่ที่สุด....นี่คือจุดที่ดิฉันนำมาเปรียบเทียบกับศานาพุทธค่ะเราจะได้ยินเสมอๆว่า  อัตตาหิอัตตโนนาโถ...ตนเป็นที่พึ่งเห่งตน....เมื่อพึ่งตัวเองได้แล้วก็ช่วยเหลือคนอื่นโดยการทำบุญนี่และค่ะอุทิศให้ตนเองและคนอื่นๆ....มีในคาถาด้วนะคะตอนเราอุทิศส่วนกุศล...มีให้องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์เป็นต้น...เมื่อท่านช่วยเหลือตนเองพระก็จะช่วยท่านแต่ทั้งนี้ต้องตั้งมั่นอยู่ในความศรัทธานะคะ....โดยการปฏิญานตนเป็นพุทธมามกะป็นก่อนอื่น...เวลาเราทำสมาธิจะมีขั้นที่เราจะรู้สึกด้อยู่ในสมาธินะคะ...ขั้นปิติ  สุข  เมื่อดฉันได้ดูหนังอินดียอีกครั้งนับจากช่วเด็กมานะคะ...เริ่มได้ดูอีกพ.ศ.2544...รู้สึกได้ในเรื่องที่อัฟตาบแสดงนะคะ...หน้าตาของเขา...ความละเมียดละมัยในเนื้อเพลงและความรักที่เขามีต่อนางเกของเรื่องดิฉันตกวูบลงไปในขั้นปิติ สุขได้..ดิฉันแปลกใจมากและหนังจากนั้นมาดูหนังแขกทุกเรื่องก็เป็นได้เลยเหมือนอาการทำสมาธิในขั้นปิติ สุข..แต่มีมากกว่านั้นอีนะคะอธบายไม่ถูกมาก....เรื่องที่เขาเป็นดีไชเนอชื่อซาร์มี  นางเอกเป็นลูกที่พ่อแม่เขาเลิกกันและอยู่หอพักชื่อมุสกาน...เรื่องอะไรนะ.....จะมีการฆาตกรรมด้วย....


         ถ้าฟังดูแปลกๆก็ขออภัยให้ดิฉันด้วยนะคะ...อยากแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุด....ด้วยความปรารถนาดี....ไม่มีอะไรอื่นแอบแฝง...ดิฉันเพียงแค่อธิฐานไว้ขอทำหน้าที่อุบาสิกาที่ดีในพระพุทธศาสนา...เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาไว้ให้ดูงดงามเพื่อบัวทุกเหล่าจะได้มาพบพานและหยิบฉวยไปใช้ตามภูมิแห่งตน...ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยได้ช่วยคุ้มครองทุกท่านและครอบครัวบริวารให้ร่มเย็นเป็นสุขสมความมุ่งหวังนะคะ...รักทุกท่านค่ะเราได้รู้จักกันเพราะเวปคุณโมฮับ...และหนังอินเดียค่ะลืมไปอีกนิด...



__________________
Page 1 of 1  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.

Tweet this page Post to Digg Post to Del.icio.us


Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard