Members Login
Username
Password
Login
Remember Me
New Member
Lost Account Info?
กลับไปหน้าหลักของบอร์ด
ค้นหาหัวข้อหรือคำที่ต้องการ
Search
Advanced Search
เว็ปไซต์หนังอินเดียแห่งแรก ของ ไทย (ไทย)"โมฮับบะเ้ทน"
->
WeLcOmE to website ...Thai Mohabbatein....http://www.indiamovies.konthaihappy.com by Mr. Mohabbatein (2545,2002)
->
WeLcOmE to website ...Thai Mohabbatein....http://www.thaimohabbat.com by Mr. Mohabbatein (2547,2004)
->
บทความใหม่จากมุม ว่าด้วยเรื่องหนังอินเดียครับผม ตอนที่ 9 แล้ว เข้มมากคราวนี้
Start A New Topic
Reply
Post Info
TOPIC: บทความใหม่จากมุม ว่าด้วยเรื่องหนังอินเดียครับผม ตอนที่ 9 แล้ว เข้มมากคราวนี้
ราชา ไรชาน
Date:
Mon Jul 4 16:00:56 2005
บทความใหม่จากมุม ว่าด้วยเรื่องหนังอินเดียครับผม ตอนที่ 9 แล้ว เข้มมากคราวนี้
Permalink
Reply
Quote
สวัสดีครับ เพื่อนๆ
ช่วงนี้พี่บอลล์ เขา ขยันอัฟเดตจังครับ ผมจึงต้องเอาบทความดีๆ จาก มุม ว่าด้วยเรื่องหนังอินเดีย ปัจจุบันมี ถึง 9 ตอนแล้วนะครับ มาลงให้ท่านได้อ่านกันในเวลาไม่ห่างกันเลยนะครับ หากสนใจต้องการอ่านบทความอื่นๆ ก็เรียนเชิญครับ ณ. มุมที่บอกไว้ อยู่ด้านบนของกระดานกระทู้นี่เองครับ
มาเริ่มกันเลยดีกว่า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ว่าด้วยเรื่อง หนังอินเดีย โดย คุณ "โมฮับบะเทน" (ตอนที่ 9.)
ตอนที่ 8 : การกระจายตัวของความนิยมในหนังอินเดีย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2545 2548
4 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
โดย คุณ โมฮับบะเทน
....... นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา หนังอินเดียเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้งในประเทศไทย จากการสังเกตุของผู้เขียนพบว่าในระยะแรก คนที่นำเข้าหนังอินเดีย จะยังไม่มีความรู้ในหนังอินเดียมากนัก เพราะว่าหนังเรื่อง ต่าง ๆ ที่นำเข้ามา ไม่ใช่หนังที่ดังหรือ เป็นหนังที่เป็นที่รู้จักในมุมกว้างแต่อย่างใด
....... แต่ทว่าคนอินเดียในประเทศไทย ลูกครึ่งไทยอินเดีย และ คนไทยที่รู้จักหนังอินเดีย ส่วนหนึ่งคือนักศึกษาที่จบมาจากอินเดีย ก็นิยมดูหนังอินเดียกันมาเป็นระยะเวลายาวนานก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องรอหนังที่นำเข้ามาแปลเป็นไทยแต่กลับไปดูหนังกันในโรงหนังกันเลยทีเดียว โรงหนังที่ว่าคือ โรงหนังเฉลิมกรุงนั่นเองครับ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ดูหนังอินเดียอีกกลุ่มก็คือ ชาวต่างชาติ ที่เป็นคนชาติอื่นที่อาศัยในประเทศไทยนั่นเอง เช่น ชาวปากีสถาน ชาวบังคลาเทศ ชาวมาเลเซีย และชาติอื่นๆ จากแทบทุกทวีป หากจะให้เห็นภาพชัดแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมี แฟนคลับหนังอินเดียครับ (ปัจจุบันในประเทศไทยผู้จัดฉายหนังอินเดีย นิยมนำหนังไปฉายตามโรงหนังตามส่วนต่างๆ ของกรุงเทพ นอกจากโรงภาพยนตร์ เฉลิมกรุงกันมากขึ้น เช่น หนังเรื่อง Paheli ที่เข้าฉายที่ แกรนด์ EGV ที่ สยามดิสคัฟเวอร์รี่เป็นต้น)
....... เมื่อคนในกลุ่มข้างต้นโดยเฉพาะคนไทยที่รู้จักหนังอินเดียได้พบว่ามีการนำหนังอินเดียเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็เริ่มหันกลับมามอง แต่แล้วบางคนต้องผิดหวังเพราะว่าหนังที่นำเข้ามาในระยะแรกนั้นยังไม่มีใครรู้จัก และคนอีกจำนวนมากที่คิดว่าหนังอินเดีย ต้อง ตึ่งตึ๋ง อะ ตึ่งตึ๋ง แล้วก็ วิ่งข้ามเขาไปอีก 8 ลูก ทำให้ผู้ผลิตหนังอินเดียนำเข้าในไทย ทำหนังออกมาในแบบ ไม่ครบจำนวน จากหนังที่ต้องใช้แผ่น VCD 3 แผ่นก็ตัดเพลงตัดเนื้อหา จนเหลือ 3 แผ่น โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่อาจจะเพื่อการลดต้นทุนหรือไม่ก็เป็นการลองตลาดเป็นเรื่องสำคัญ ปรากฎว่า ในระยะแรกนั้น แทบจะทำให้หนังอินเดียพบทางตัน หรือถูกตอนตั้งแต่กำเนิดเอาเลยทีเดียว ช่วงนี้จะเป็น ปลาย ปี พ.ศ.2544 2545 ครับ
....... แต่แล้วคนที่รู้จักหนังอินเดียคงทนรำคาญกันไม่ไหวก็ได้มีการโทรเข้าไป แนะนำ สอบถาม ต่อว่า และ ด่า ผู้นำเข้ากันเป็นการใหญ่ เป็นการติเพื่อก่อ และแนะนำหนังดีๆ ให้ ผู้ผลิตได้รู้จักกัน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีจดหมายแนะนำหนังดีๆ หลายเรื่องไปยังผู้นำเข้ารายหนึ่ง ซึ่งถือว่าเรามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมา จนถึงวันนี้
....... หลังจากโดนพายุความเห็นในช่วงปลายๆ ปี 2545 เลยมาถึง 2546 กลางปีจึงทำให้หนังอินเดียที่นำเข้ามาในช่วงนี้ดูดีขึ้นมาก และเริ่มมีคนออกปากชม และหลายคนเลิกทนอ่านซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษจากหนังภาษาฮินดี มาดูหนังพากษ์ไทย และมีคำแปลเพลงกันไปก็หลายคน เมื่อทำออกมาดีคนก็นิยมครับ
.......ปัจจุบันมีหนังอินเดียนำเข้ามาโดยผู้ผลิตรายใหญ่ 2 เจ้า ผมคงไม่ต้องออกชื่อ เพราะเราก็ทราบกันอยู่แล้ว โดยมีแนวทางแยกกันอย่างชัดเจน ค่ายหนึ่ง เป็น ค่ายที่นำเข้าหนังของดาราหลากหลายท่าน เน้นที่ตัวพระเอก เช่น ซัลมาน ข่าน (Salman Khan), อัคเช่ย์ กุมาร (Akshay Kumar) โกวินทะ(Govinda) เป็นต้น แต่อีกค่ายจะเน้นหนังของราชาแห่งบอลลีวู้ดในช่วงเวลานี้ซึ่งก็คือ ชาฮ์ รุข ข่าน (Shah Rukh Khan) เป็นหลัก อย่างไรก็ตามเมื่อผมได้ไปซื้อหนังอินเดียเรื่องใหม่ๆ มาดู ก็พบว่า ค่ายที่เน้น ชาฮ์ รุข ปัจจุบันก็หันมาจับหนังของ ซัลมาน ข่านด้วยเช่นกัน และ ยังมีการนำเข้าหนังของ อภิเช็ค บาจจาน (Abhishek Bachchan) เข้ามาอีกด้วย ในเรื่อง Phir Milenge ซึ่งเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ได้รับคำชมจากภาครัฐของอินเดียเพราะว่า เป็นหนังที่สร้างความเข้าใจเรื่องโรคเอดส์ ในมุมมองของหนังอินเดีย ที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจนั่นเอง
....... ยุทธศาสตร์ ต้องไปด้วยกันกับกลยุทธ์ ดังนั้นหากอีกค่ายจะสู้ให้สูสี ก็น่าจะเอาหนังของชาฮ์ รุข ข่านเข้ามาจำหน่ายบ้างครับ ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าใครจะทำรวมหนัง ชาฮ์ รุข ข่าน ตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงปัจจุบัน ออกมาอย่างครบถ้วนได้ก่อน ผมว่า นะครับ ประกาศไปเลยว่า หนังชาฮ์ รุข ช่วงเริ่มแรกถึงปี นี้ๆ มีกี่เรื่อง ทำเป็นชุดออกมาเลย รับรองมีคนซื้อแน่ๆ หากกลัวว่าเป็นภาษาไทยมีคนซื้อน้อย ท่านก็เอาเวอร์ชั่น ฮินดี แต่มีซับไตเติ้ลเป็นไทยมาทำขายสิครับ รับรองฐานลูกค้าจะขยายออกไปได้สัก 3 เท่าน่าจะได้ เพราะคนที่ฟังฮินดีรู้เรื่องมีอยู่ตั้งเยอะครับ หรือไม่ก็ทำเป็น ซับอังกฤษด้วยก็ได้ ขอให้เป็นหนังลิขสิทธิ์ เถอะครับรับรองขายได้ ผมขอสนับสนุน
....... มาว่าเรื่องของเรากันต่อ จากการที่มีคนที่ให้ความสนใจหนังอินเดียมากขึ้นเรื่อย คนที่ติดตามซื้อติดตามดูก็ได้พบว่าหนังบางเรื่องมันต้อง 3 แผ่นนี่นา พอไปดูหนัง 3 แผ่น ต้นฉบับ โอ้โห ตัดไปเยอะมากๆ เพลงตัดไปเกือบหมด (จำไว้นะครับ ตัดอะไรก็พออภัยได้ แต่หากตัดเพลงออกไป ถือว่าท่านทำผิดมหันต์) เลยมีการร้องเรียนไปทางผู้ผลิต หลังๆ หนังที่ออกมา 3 แผ่น จึงต้องมีประกาศ ไว้ที่มุมซองว่า ครบ 3 แผ่น ไม่มีตัด อย่างนี้เป็นต้นซึ่งต้องขอขอบคุณว่า ทำให้คนที่ซื้อหนังไม่ต้องระแวงและต้องพลิกดูจำนวนแผ่นที่หลังกล่องกันอีก ประหยัดเวลาไปได้เป็นอย่างมากครับ
....... แล้วบรรยากาศที่เรียกกันว่า สุญญากาศ ก็เกิดขึ้นเพราะพอเริ่มมีคนดูหนังอินเดียแปลไทยกันมากขึ้น ก็เริ่มรู้จักหนังอินเดียมากขึ้น แต่ไม่รู้จะไปคุยกับใครที่ไหน ในระยะแรกจึงเริ่มไปคุยกันที่ บอร์ดของผู้ผลิตรายหนึ่ง ซึ่งปรากฎว่ามีคนมาถามตอบกันบ่อยมากจน มีคนเข้ามาแซวว่า ที่นี่ขายหนังหลายชาติ ทำไมมีแต่คนมาถามแต่เรื่องหนังอินเดีย ทำให้เป็นที่ตลกขบขันของเป็นแฟนๆ หนังอินเดียเป็นอย่างมากในเวลานั้น ช่วงนี้ น่าจะอยู่ ช่วงปีพ.ศ.2546 ต้นๆ ปี ครับ
....... จากนั้นเราก็มีการเปิดเว็ปไซต์แห่งนี้กันขึ้นมาและแฟนส่วนมากก็ตามมาร่วมกันให้ความเห็นในเว็ปบอร์ดหรือ ลานสนทนา ของเว็ปไซต์ (ไทย) โมฮับบะเทน กันอย่างหนาแน่นและสม่ำเสมอ เว็ปไซต์ที่มีที่อยู่ว่า http://www.thaimohabbat.com จึงได้มีอยู่คู่หนังอินเดียมาตั้งแต่ต้นและเป็นสักขีพยานหลักว่า มีคนสนใจหนังอินเดียอยู่มาก ไม่ใช่ เป็นเพียงแค่กระแสที่เกิดขึ้นและผ่านไปเหมือนสายลม ด้วยยอดการเข้าชมที่น่าจะถึง 1 หมื่นฮิตในเร็วๆ นี้ ไม่น่าจะเกิน เดิน สิงหาคม พ.ศ.2548 นี้ครับ
....... เว็ปของเราในระยะแรกก็ ทั้งล้ม ทั้งลุก ทั้งคลุก และเกือบจะ คลานไม่ไหว เพราะเว็ปมีปัญหาเรื่องการติดต่อประสานงานในด้านเทคนิค ทำให้ถูกปิดโดยไม่ตั้งใจ ไป 2 ครั้ง แต่ในตอนนี้ ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้วครับ และปัจจุบันเว็ปไซต์ (ไทย)โมฮับบะเทน ของเรา ก็มีการอัฟเดตทุกวัน และเป็นเว็ปหนังอินเดียที่มีคนเข้ามาชมมากที่สุดในปัจจุบัน รวมทั้งยังมีข้อมูล หนังอินเดีย ในทุกแง่มุม ในรูปแบบ รู้รอบ รู้กว้าง รู้ลึก อีกด้วยครับ
....... เป้าหมายของเว็ปไซต์ ของเรามิได้ต้องการเป็นเพียงเว็ปเดียวในประเทศที่ทำเรื่องหนังอินเดียแต่เราต้องการให้มีคนที่รักหนังอินเดีย ทำเว็ปไซต์ของตนเอง(แบบจริงจัง) ขึ้นมาอย่างกว้างขวาง เพื่อว่าจะได้ช่วยกันเผยแผ่ความรู้อันเป็นประโยชน์ ที่มีอยู่ในหนังอินเดียให้กับคนไทยได้รับทราบ (ในปัจจุบัน แม้แต่ไมเคิ้ล ดักลาสดาราดังฮอลลีวู้ดยังเข้ามาสร้างหนังในอินเดียและเลือกดาราสาวอิชวาระยา ไร(Aishwarya Rai) เป็นนางเอก แม้แต่ฮอลลีวู้ดยังให้ความสนใจในตัวบอลลีวู้ดมากขนาดนี้ ทำไมเราต้องปิดกั้นตัวเองครับ) ในอนาคตเว็ปไซต์ใดเปิดตัวขึ้นมาก็ขอให้แจ้งกับเราได้ เราจะได้แลกเปลี่ยน link ถึงกันได้ครับ ในฐานะคอเดียวกัน
....... ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเรื่องของอดีตและปัจจุบัน ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของอนาคต มาว่ากันต่อครับ หนังอินเดียที่นำเข้ามานั้น ผู้ผลิตหลายเจ้า ยังเป็นค่ายเล็กๆ แต่มีไฟแรง จึงนำหนังเข้ามาเพียงเรื่องสองเรื่องแล้วก็เงียบหายไป ผมจำได้หากนับกันจริงๆแล้วน่าจะมีผู้นำเข้าหนังอินเดียมากกว่า 8 เจ้าขึ้นไป แต่ไม่รู้ทำไมปัจจุบันเหลืออยู่เพียง หลักๆ ก็ 3 เจ้าเท่านั้น คือ Evs, Right Beyond และ S.T. แกรนด์ แม้ว่า S.T จะดูเงียบกว่าอีกสองค่ายใหญ่ แต่ก็เป็นเสมือนพริกขี้หนูนะครับ เรียกว่า เล็กพริกขี้หนูก็ได้ เพราะปัจจุบันนี้ท่านสามารถหาหนังอินเดียของ S.T. ชมได้จาก ร้านให้เช่าวีดีโอ ทซึทาย่า ครับผม ไม่ต้องตกใจครับที่หลายท่านยังไม่ทราบ แต่มีจริงๆ ครับ ที่มุมหนังอินเดีย
....... ผู้นำเข้าที่ยังเป็นค่ายเล็กๆ อย่าเพิ่งท้อใจครับ ท่านน่าจะมองหนังดีๆ ในปี 2546 2548 นี้ให้ดีๆ จากนั้นเล็งไว้เลยว่าเรื่องไหน ที่ค่ายใหญ่ยังไม่นำเข้า ก็ให้รอปลายปี หรือ ปีหน้า ค่อยๆ ทยอยสั่งเข้ามาครับ ทำไมต้องทำแบบนั้น ก็เรื่องธรรมดาครับหนังใหม่ๆ ร้อนแรง ก็แพงแน่นอน หากรอแล้วเอาหนังเก่าเข้ามารับรองมันได้ผลแน่นอน แต่ขอให้เป็นหนังที่มีดาราเด่นๆ เนื้อหาดีๆ เพลงไพเราะ เพื่อว่าท่านจะได้สร้างฐานลูกค้าได้ พอหนังราคาเยาว์พวกนี้สร้างฐานลูกค้าได้แล้ว ท่านก็สั่งหนังใหม่ๆ ของดาราที่ท่านนำเข้ามาขายได้แล้วครับ
....... ผมจะบอกอยู่เสมอว่า หากพูดถึงหนังอินเดียในไทยผมจะเป็นกลางครับ เรื่องมาฝากโฆษณาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงไม่มีทางที่เราจะถูกนำให้คิด แต่เรามีวิธีคิดในแบบของเราเองครับ ดังนั้นการที่ผมแนะนำให้ ณ. ที่นี้ก็เพื่อกระจายหนังคุณภาพให้ออกไปยังค่ายต่างๆ กันไปให้มากที่สุดครับผม หากท่านต้องการคำปรึกษาผมยินดีช่วยครับ
....... ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเราจะพบว่าผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้บริโภคคือเราๆ ท่านๆ นั่นเองครับผม ผมจึงขอทำนายไว้เล่นๆ นะครับว่า ในระยะต่อไป คือ จาก กลางปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นไปนี้ จะมีผู้นำเข้าหนังอินเดียรายใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจาก มีคนรู้จักหนังอินเดียเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ตลาดยังมีที่ให้แบ่งเค้กอีกอย่างมโหฬาร และร้านวีดีโอใหญ่ๆ ก็จะมีมุมหนังอินเดียแบ่งออกมาอย่างชัดเจน
....... ผู้นำเข้ารายใหม่ๆ จะไปในแนวทางที่ผมว่าไว้คือนำเข้าหนังที่มีดารามีชื่อเสียงแสดงแต่เป็นหนังเก่า แต่เป็นที่กล่าวขวัญถึงเข้ามาจำหน่ายกันมากขึ้น จากนั้น คนจะรู้จักดารามากขึ้น จากนั้น จะเริ่มเข้าสู้ยุคของหนังอินเดียที่นำเข้ามาแบบเกือบจะชนโรง ที่ฉายในอินเดียกันเลย และราคาของหนังที่ขายโดยรวมจะขยับตัวสูงขึ้นแต่ ผู้ซื้อยอมซื้อครับ ขอให้ทำกล่อง และ หนังออกมาให้มีคุณภาพก็แล้วกัน และห้ามตัด เพลงต้องมีคำแปล และบทพากษ์กรุณาอย่ามั่ว มุขฮาใส่ได้แต่ อย่าเติมบทครับ
....... ในขณะเดียวกันคนที่ดูทั้งหนังอินเดียแปลไทยและหนังซับไตเติ้ล ในรูป ซาวด์ แทร็กซ์ก็จะเป็นกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นมา ใครเข้ามาก่อนได้เปรียบครับผม และมีคำเตือนว่า หนัง copy ก็จะเริ่มทำงาน อย่าประมาทนะครับท่านทั้งหลาย
....... ผมขอทำนายไว้เท่านี้ก่อน เพราะว่า มีข้อมูลอยู่เพียงเท่านี้ครับผม
....... ขอฝากท่านทั้งหลายว่า โลกได้หมุนไปแล้ว เร็วจนเราตามเรื่องซอฟต์แวร์ ของอินเดียไม่ทัน แทนที่เราจะดูแต่หนังชาติอื่นๆ เราน่าจะหันมาดูหนังอินเดียกันด้วย เพราะหนังก็เป็นซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่ง แต่เราเรียกว่าซอฟต์แวร์ทางวัฒนธรรมครับ ผมอยากเห็นหนังไทยที่สอนให้เรารัก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนมนุษย์ รักชาติ และวัฒนธรรมของตนอย่างหนังอินเดีย ผมเคยฝันถึงขนาดว่า เราน่าจะมีดาราหนังไทย กับดาราหนังอินเดีย แสดงหนังด้วยกัน หรือไม่หนังของเรามีเพลงที่สนุกและมีการเต้นรำอย่างน่ารักเหมือนกับหนังอินเดีย ที่สุดเขตแดนแห่งความเป็นไปได้คือจินตนาการครับ ผมคิดแบบนี้ แล้วท่านล่ะครับ สวัสดีครับ..นำเสนอโดย คุณ โมฮับบะเทน
.........................................................................
นำเสนอโดย กระผม Mr.โมฮับบะเทน.... ..กลับสู่หน้า "เนื้อหา"
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คัดลอกมาลงโดย ราชาไรชาน ครับ
รักคนที่เขารักเราครับ
ราชา ไรชาน
__________________
Page 1 of 1
sorted by
Oldest First
Newest First
Quick Reply
Please log in to post quick replies.
เว็ปไซต์หนังอินเดียแห่งแรก ของ ไทย (ไทย)"โมฮับบะเ้ทน"
->
WeLcOmE to website ...Thai Mohabbatein....http://www.indiamovies.konthaihappy.com by Mr. Mohabbatein (2545,2002)
->
WeLcOmE to website ...Thai Mohabbatein....http://www.thaimohabbat.com by Mr. Mohabbatein (2547,2004)
->
บทความใหม่จากมุม ว่าด้วยเรื่องหนังอินเดียครับผม ตอนที่ 9 แล้ว เข้มมากคราวนี้
Subscribe
Create your own FREE Forum
Report Abuse