สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ข้าวรู้สึกยินดี ปลื้มใจ อิ่มใจและตื้นตันใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูกค่ะ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รู้สึกภูมิใจด้วยในงานพระราชพิธีต่างๆ แม้ว่าข้าวแทบจะไม่มีโอกาสได้ดูเลย
วันที่ 9 ข้าว ค้นเสื้อผ้าหาสีเหลืองไม่ได้เลย แบบว่าเสื้อเหลืองน่ะมี แต่อยู่บ้านหมด(ตอนนั้นอยู่หอค่ะ) ก็เลือกคิดว่าที่มันสดใสสว่างๆ หน่อยก็แล้วกัน เพราะซื้อของเสร็จก็จะกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อแล้ว เสื้อก็ดันมีอยู่ไม่กี่ตัว เลยหยิบเสื้อสีชมพูมาใส่ ปรากฏว่าตั้งแต่ออกจากหอ โห ... รู้สึกแปลกแยกมากเลยค่ะ เพราะคนใส่เสื้อสีเหลืองกันทั้งเมือง ลูกเด็กเล็กแดงก็ไม่เว้น ข้าวเลยจ้ำพรวดจ้ำพรวด รีบซื้อของ แบบว่าอยากจะรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อเหลืองสักที แต่แล้วก็ต้องไปหยุดตรงแผนกทีวีค่ะ เพราะกำลังถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีอยู่ ลูกค้ามายืนมุงกันตรงนั้นเต็มเลย ยืนดูอยู่นานด้วย พนักงานก็ไม่กล้าไล่แถมยังไปเปิดทีวีจอใหญ่ๆ ให้ดูอีกแน่ะ (ทีแรกเปิดหนังอยู่) ข้าวก็ไปแทรกๆ ยืนๆ กับเขารู้สึกดีใจค่ะ แบบว่าปักหลักอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหนเลย กะว่าเอาไงเอากันแปลกไงก็ช่างมัน ไม่รีบกลับบ้านแล้วดูทีวีถ่ายทอดให้จบก่อน มีโอกาสได้เห็นประชาชนไปร่วมถวายพระพรเยอะจนน่าปลื้มใจ นึกอย่างไปเป็นจุดเล็กๆ จุดนึงแบบนั้นบ้างจัง ตอนที่ประชาชนตะโกนทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ โบกธง ข้าวปลื้มใจจนน้ำตาไหลเลยค่ะ แล้วไม่ใช่แค่ตอนนั้นนะ ทีวีเอามาฉายอีกกี่ครั้ง ก็น้ำตารื้นมันทุกครั้งไป
พอกลับไปบ้านข้าวก็ไม่รอช้าเปลี่ยนเสื้อทันที คนแถวบ้านข้าวก็ เสื้อเหลืองกันหมดค่ะ รู้สึกภูมิใจ ปลื้มใจ ปนยืดๆ ยังไงก็ไม่รู้ ช่วงเย็น มีงานจุดเทียนที่อำเภอ แม่ กับพ่อไปร่วมเดินขบวนก่อน ข้าวกับน้องสาวตามไปทีหลังได้เดินหน่อยเดียว เกือบจะถึงอำเภอแล้ว เดินขบวนครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ค่อนข้างมากค่ะ เป็นการเดินขบวนจริงๆ ไม่มีดนตรี ไม่มีเครื่องแต่งกายสวยงามหรือขบวนรื่นเริงอะไรเลย มีแต่คนเสื้อเหลือง ๆ กับกลุ่มคนถือธง ถือพานพุ่ม และวงดุริยางค์เท่านั้น แต่จำนวนคนเยอะมากๆ ค่ะ เยอะเป็นประวัติการณ์เลย ข้าวไม่เคยเห็นเห็นเดินขบวนเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะในอำเภอของข้าวน่ะ มีแต่คนอยากไปร่วมงานจนเต็มลานหน้าอำเภอไปหมด ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายพอเดินกันถึงที่ถวายพานพุ่มเสต็จ พระพิรุณท่านอยากจะฉลองความยินดีให้กับเราเลยสั่งให้ฝนตกลงมาแบบหนักทีเดียวล่ะค่ะ ก็เปียกกันหมด มีลมด้วย แบบว่าจุดเทียนติดๆ ดับๆ ตลอดเลย ต้องคอยต่อเทียนเรื่อยๆ ชาวบ้านเลยได้ดูพลุตอนฟ้ายังแจ้งๆ จุดเทียนก็ฟ้าแจ้งๆ เพราะทางอำเภอเร่งเพื่อหนีฝน(แต่ก็ไม่ทันอยู่ดีน่ะแหล) ข้าวจึงไม่มีโอกาสได้เห็นพลุที่อำเภอจุดว่าสวยแค่ไหนเวลากลางคืน ได้แต่จินตนาการเอา กลับจากอำเภอก็มาจุดเทียนกับน้าและยายที่บ้านต่อพร้อมทางกรุงเทพฯ และดูข่าวพระราชพิธีต่อ ถึงได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตอนวันที่เขาจุดพลุกันข้าวก็ไม่ได้ดูค่ะ เสียดายมากเพราะที่บ้านฝนตกฟ้าคะนอง ตกหนักเอาการทีเดียว เวลาฝนตกนี่แม่ใหญ่ (ยาย) ห้ามเปิดทีวีเด็ดขาดเลย ดูวีซีดียังไม่ได้เลยค่ะ เสียดายจัง ไปตามเก็บรูปที่คนใจดีถ่ายมาให้ดูตามอินเตอร์เน็ตก็ได้แต่เสียดายทีเราไม่ได้ดู พลุสวยมากๆ มีพลุเลข 60 ด้วย สวยจัง วันจันทร์ที่มีขบวนเรือพระราชพิธีก็ไม่ได้ดูอีกแหล่ะค่ะ เพราะว่ามีเรียนคอมพิวเตอร์ แต่น่าโมโหปนเสียดายเพราะว่าอุตส่าห์ไปเรียนแต่ไม่ได้เรียน เพราะอาจารย์มัวไปดูเรืออ่ะ แล้วก้อปล่อยพวกเรานั่งรอกัน สรุปวันนั้นไม่ได้เรียนแถมขี่มอเตอร์ไซค์ตากฝนตกหนักกลับหอตั้ง 20 กิโลอ่ะ พออาจารย์เข้ามาเปิดทีวีให้ขบวนเรือก็เลยไปแล้ว บรรดาเชื้อพระวงศ์ก็กำลังจะเสด็จไปทอดพระเนตรงานนิทรรศการกัน เสียดายอ่ะ ฮือ ๆ อาจารย์นะอาจารย์ไม่สอนก็ไม่ว่าแต่มาเปิดทีวีให้เร็วกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้ แต่ก้อดูต่อค่ะเพราะอย่างน้อยก็ได้เห็นเชื้อพระวงศ์ ผู้แทนพระองค์ตั้งหลายประเทศนะงานนี้ ข้าวชื่นชมพระราชวงศ์ต่างประเทศแทบทุกพระองค์เลยค่ะ ดูพระทัยดี งามสง่ากันทั้งนั้น แต่ที่ชอบเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตของญี่ปุ่น กับสมเด็จพระจักรพรรดินี ดูน่ารักมาก (คำนี้คงไม่มีราชาศัพท์นะ) สมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาค่ะ ดูท่านเกร็งๆ ไปหน่อยแต่สง่างามมากค่ะ ที่ออกนอกหน้านอกตากว่าใครเพื่อนเห็นจะเป็นผู้แทนพระองค์ของกษัตริย์ภูฏาน มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก ล่ะค่ะ เห็นครั้งแรกตอนที่ชมขบวนเรือเสร็จเมื่อวันจันทร์แหละค่ะ สะดุดตากับฉลองพระองค์แบบภูฏาน แบบว่า"ทรงเท่" มากๆเลย แล้วที่พระองค์ท่านทรงไหว้ตลอดทางน่ะ ข้าวอึ้งแล้วเกิดอาการ "หนูช้อบ ชอบ " ตั้งแต่นั้นเลย พระจริยาวัตรงดงามจริงๆ แถมยังทรงพระสิริโฉมอีก(ไม่รู้ราชาศัพท์นี้เท่าไร เคยได้ยินแต่ใช้กับผู้หญิง แต่ใช้กับผู้ชายก็คงได้น่า)
ข้าวเคยอ่านหนังสือพิมพ์รายวันนี่แหละ หัวไหนไม่รู้ นานมากแล้วจำไม่ได้ ลงเรื่องเกี่ยวกับพระราชวงศ์ภูฏานด้วย ลงรูปกษัตริย์และพระราชินี 4 พระองค์ เลยรู้ว่าพระราชวงศ์ของไทยกับพระราชวงศ์ภูฏานค่อนข้างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ขนาดเวลาพระราชวงศ์ของที่โน่นเวลาทรงพระประชวร จีน หรือประเทศอื่นๆแถวนั้นใกล้ ๆ หรือไกลกว่านั้นก็ไม่ไป แต่จะมารักษาที่กรุงเทพฯ ตลอด พระราชธิดาของภูฏานทรงมีพระประสูติกาลที่เมืองไทยด้วยซ้ำไป นอกจากนี้พระราชวงศ์ภูฏานก็เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์บ่อย ตอนเห็นเจ้าชายเคเซอร์(ขอพระราชทานอนุญาตเรียกสั้นๆ นะเพคะ) ทรงยกหัตถ์ไหว้ก็คิดว่าท่านเสด็จมาเมืองไทยบ่อย คงจะทรงรู้วัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังอด "เป็นปลื้ม" ไม่ได้ค่ะ แต่ก็ได้แค่"แอบปลื้ม และชื่นชมพระบารมี" อยู่เงียบๆ ไกลๆ อีกสองปีพระองค์ท่านก็จะขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว ดูจากพระจริยาวัตรแล้ว คิดว่าคนภูฏาณคงได้กษัตริย์ที่ดีมากๆ ค่ะ
ฮู้ยพาไปเที่ยวภูฏานซะพักใหญ่ กลับมาเรื่องงานพระราชพิธีต่อดีกว่า ข้าวเสียดายที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสดูเลย เพราะติดเรียนมั่ง ฝนตกมั่ง ทีวีไม่ดีมั่ง เลยแห้ว แห้ว และแห้ว ถ้ามีใครรวบรวมงานพระราชพิธีทุกวันมาทำเป็นวีซีดี หรือดีวีดีขายให้เป็นที่ระลึกสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุขของประชาชนชาวไทยก็คงจะดีมากๆ เลย ส่วนตัวข้าวเองนะ อยากได้หมดกระทั่งโฆษณาที่เกี่ยวกับงานพระราชพิธี หรือข่าวในพระราชสำนักเลยล่ะค่ะ
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน