สวัสดีครับ
พอลนะครับ
เมื่อสักสองสัปดาห์ก่อน ผมไปหาหนังที่ร้านเจบิ๊คส์ คลองถมมาครับ ไปเลือกหนัง เจอเรื่อง Hero ที่พี่หลายคนแนะนำให้ดู ถ้าชอบปริยางก้า เพราะเธอเล่นด้วย พอดีตรงบริเวณนั้น พบพี่สองคนซึ่งผมอาจจะอุปาทานคิดไปเองว่า น่าจะใช่พวกพี่ในเว็บนี้ เพราะพี่สองคนนั้นเลือกหนังอินเดีย เลือกแต่มุมนั้นแบบไม่ย้ายไปไหนเลย แล้วก็เลือกแบบเซียนมากด้วย แบบหยิบแล้วไม่ได้ดั่งใจ ก็หาใหม่อย่างรวดเร็วมากเลยครับ (น่ากลัวมาก)
1. มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง หมวยๆ ใส่แว่นผูกผม (ไม่ทราบตรงกับใครในนี้รึเปล่าเอ่ย) ผมจะเข้าไปทักกลัวเอ๋อ อยากให้เจ๊คนนั้นแนะนำหนังให้หน่อย แต่กลัวว่าถ้าไม่ใช่คนในเว็บ ผมอาจแป่วได้
2. มีพี่ผู้ชายอีกคนนึง ลักษณะเลือกหนังเก่ง ไม่แพ้พี่ผู้หญิงคนแรกเลย หน้าตาดุ เครียดมาก พี่ผู้ชายผมยาวประบ่า ดูมีอายุสัก 30 ไดมั๊ง (ไม่ทราบว่าตรงกับใครในนี้รึเปล่าเอ่ย)
วันนั้น ก็มีเราแค่สามคนเท่านั้นแหละครับ ที่อยู่มุมหนังอินเดียในร้านเจบิ๊คส์คลองถม
หรือว่าผมจะบ้าคิดไปเองก็ไม่รู้เน๊อะ พวกพี่อาจจะไปหาหนังอินเดียดูที่แหล่งอื่นกันก็ได้ แต่เห็นคนมาเลือกหนังอินเดียทีไร แล้วอยากเข้าไปถามเค้าทุกครั้งไปเลย ว่า "เรื่องนี้สนุกมั๊ยพี่ ผมควรดูมั๊ย" ถ้าเจอพวกพี่จริงๆ ก็คงดีใจนะ เพราะทุกวันนี้รู้สึกเป็นเหมือนพี่ๆ ที่รู้จักกันจริงๆ ซะด้วยสิ เวลาไม่รู้จะดูเว็บอะไรก็ต้องแวะเข้ามาที่นี่ทุกทีเลย เหมือนเป็นเซเว่น เหมือน Bugs 1113 ดีจังครับ
ป.ล. ผมไปร้านที่ทางเว็บแนะนำไม่เป็น และผมก็กลัวคนอินเดียตัวเป็นๆ ด้วยง่ะ กลัวพูดกับเค้าไม่รู้เรื่อง เคยขอร้องให้เพื่อนพาไปร้านอะไรจำไม่ได้แล้ว ตรงพาหุรัด พี่ที่แคชเชียร์ก็เป็นคนอินเดีย แล้วคนที่มาเลือกหนังก็เป็นคนอินเดีย จนผมกลัวว่าสงสัยจะรับเฉพาะสมาชิกชาวอินเดียในเมืองไทย เลยไม่กล้าถามเค้าเลย ตอนนั้นไปหาหนังที่ปริยางก้า ประทะ กับ ลาร่า ที่ชื่อเรื่อง Andaaz หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แล้วก็ไม่กล้าถามเค้า สุดท้ายก็กลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้หนังอะไรกลับมา แถมยังเข้าใจอะไรผิดๆ อีกด้วย แย่มากเลย เวลาผมมาซื้อหนังที่เดอะมอลล์บางกะปิ พอหาหนังเอง นานหน่อยพนักงานก็เข้ามาถามว่า ให้ช่วยหามั๊ย พอผมบอกว่าช่วยหาหนังของปริยางก้า ก็ไม่รู้จักอีก
อ้อ ผมเคยหยิบหนังกล่องหนังเรื่องนึง ไม่ยักกะเป็นสามแผ่น อยุ่ในแมงป่อง Ash เล่นกับใครก็ไม่รู้ เนื้อเรื่อง Ash เป็นผุ้หญิงสมองเสื่อม จำไม่ได้ว่ามีลูก เพราะพระเอกชนเธอกับสามี สามีตาย แล้วพอเธอฟื้นก็จำอะไรไม่ได้ พระเอกเอาเธอไปอยู่ต่างประเทศ แล้วค่อยบอกความจริง
ก็แค่มาบ่นๆ ให้ฟังน่ะครับ อย่าเบื่อกันซะก่อนล่ะ
พอล ต่อนะครับ
ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่แนะนำชื่อนักแสดงอะไรมาให้ผมก็จำไม่ค่อยจะได้ สาเหตุมาจากว่า เวลาผมดูหนังพวกนั้นเสร็จแล้ว (แบบสะใจพอแล้ว) ผมจะเอาไปยกให้กับห้องสมุดของโรงเรียนใกล้ๆ บ้าน ล่าสุดก็คือ 10 เรื่องได้มั๊ง วิดีโอเก่าๆ ด้วย บริจาคหมดเลย ถ้าถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น ก็เพราะว่ากล่องมันใหญ่ ไม่มีที่จะเก็บพวกวิดิโอรุ่นเก่าๆ ด้วย ไม่มีเครื่องจะดูแล้ว เต็มตู้ไปหมด อย่าเพิ่งต่อว่ากันว่าทิ้งหนังอินเดียนะครับ ผมบริจาคทุกประเภทเลยครับ หนังไทย หนังฝรั่ง เพราะเป็นคนไม่ชอบเก็บของ เก็บไม่เรียบร้อย เดี๋ยวแม่ก็เอาไปทิ้ง เอาไปยกให้ใครก็ไม่รู้ ก็เลยตัดสินใจยกให้ห้องสมุดนั่นแหละ ดีที่สุด ขนาดหนังไทยสุริโยทัย ว่าชอบๆ ซื้อเป็นวีซีดีเก็บไว้ผมยังให้ห้องสมุดเลยครับ ไททานิคก็ด้วย เวลาหาซื้อมาเก็บไว้ก็แพง หายาก(ตอนนั้น) แล้วก็ยกให้คนอื่นง่ายๆ ซะอย่างนั้น
และทั้งหมดนี้ก็เป็นสาเหตุที่ผมจำชื่อหนัง ชื่อนักแสดง ไม่ค่อยจะได้ เพราะไม่มีเก็บไว้นั่นเอง แล้วผมก็เพิ่งจะมาดูหนังอินเดียด้วยล่ะ คงมีปริมาณไม่มากเท่าพี่ๆ มั๊ง
หนังเรื่อง dil ka rish ta เพลงเพราะมากค่ะ ash เล่นคู่กับ arjun rampal ไม่ทราบว่าเขียนถูกหรือเปล่าชื่อพระเอก
ชอบ ashมากค่ะ เต้นได้สวยมากค่ะในเพลง Dayya_ Dayya_ Dayya_ หาโหลดเพลงฟังได้ค่ะที่ bollyfm.net
ค่ะมีเพลงอินเดียโหลดให้ฟังเยอะมากค่ะ
ถ้าหนังพากษ์ไทย แนะนำให้ซื้อที่คลองถมดีกว่านะคะ หรือตามร้านขายวีซีดีต่างๆ ร้าน cap ที่ซีคอนก็หนังเยอะนะ เพราะ ที่พาหุรัด จะขายหนังพากษ์ไทยแพงกว่าอ่ะค่ะ
มาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียกัน ระหว่างพากษ์ไทย กับฮินดี
ถ้าเป็นหนังฮินดี ซับอังกฤษ ข้อดีคือ
1. ราคาถูก ถ้าเป็นหนังแบบ ทูอินวัน คุ้มสุดๆ อิอิ
2. เสียงในฟิล์ม ดูแล้ว ให้ feel มากมาก ต่างจากพากษ์ไทยหน้ามือหลังมือเลยทีเดียว
3. หนังไม่ตัด
4. หนังมาใหม่ สดๆ ร้อนๆ เร็วสุดๆ เรียกว่าลงโรงแป๊บๆๆ หนังก็มาแล้วค่ะ แล้วยังมีทุกเรื่องที่เราอยากจะดู
ข้อเสีย
1. อ่านซับไม่ค่อยรู้เรื่อง แปลไม่ออก ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจหนัง
2. ไม่มีแปลเพลงให้ บางเรื่องแปลเพลงแต่ก็เป็นภาษาอังกฤษอยู่ดี งงเหมือนเดิม
3.บางที่ซื้อมา หน้าปกบอกมีสองเรื่อง แต่เปิดดูเหลือเรื่องเดียวซะงั้น เพราะฉะนั้นต้องเช็คแผ่นก่อนซื้อนะค้า หรือจะซื้อแบบเรื่องเดียวไปเลยชัวร์กว่าค่ะ
สว่นพากษ์ไทย ก็ดูด้วยค่ะ ของเป๋า ก็เก็บทั้งสองแบบเลย แต่เฉพาะหนังชารุขนะคะ (อิอิ) ถ้าหนังของดาราคนอื่นจะซื้อ
แบบฮินดีเอา ประหยัดค่ะ หุหุ
ข้อดีพากษ์ไทย
1. ฟังรู้เรื่อง ไม่ต้องอ่านซับ ให้เมื่อย
2. มีแปลเพลงให้เสร็จสรรพ ทำให้เราฟังเพลงรู้เรื่องขึ้น เข้าใจความหมายของหนังได้ดีขึ้น
3. ราคาไม่แพงมากเช่นกัน เมื่อเทียบกับหนังฝรั่ง
4.แพ็คเกจสวยงามดี (ข้อนี้นับได้มั้ย)
1.บางเรื่องรอนานมากๆ เลยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้ว เพราะหนังมาเร็วมากมากเลยค่ะ ไม่ต้องรอนานเหมือนก่อน
2.มีให้ซื้อได้เฉพาะบางเรื่อง เท่านั้นที่บริษัทเอาเข้ามา
3.ตัดหนัง ตัดเพลง (แล้วบางทีก็ตัดได้แย่ซะจนต้นฉบับดีดีเสียหมดเลย) บางเรื่องหนังสามแผ่น ที่นึกว่าไม่ตัด ก็ยังตัดบางฉากออกไปเลยค่ะ ทำเนียนซะ แต่คงเป็นฉากไม่สำคัญมั้งคะ (แต่เดี๋ยวนี้ยังตัดอยู่รึเปล่า นี่ไม่รู้นะคะ แต่มีเรื่องนึงน้องก้อยบอกโดนตัด Mohabbattain ไงคะ )
แต่โดยสว่นตัวแล้ว ชอบแบบเสียงจริงๆ (ฮินดี) มากกว่าค่ะ เพราะดูแล้วเข้าถึงแอรมณ์หนังได่มากกว่านะคะ เมื่อก่อนก็กลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่องค่ะ แต่ดูดูแล้ว ลืมพากษ์ไทยไปเลย จะมาดูเสริมตอนที่ไม่เข้าใจอีกที (ไม่เก่งภาษาอ่ะค่ะ) แต่เรื่องแบบนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะคะ
อ่านแล้วก็ตัดสินใจกันเอานะคะ ว่าจะไปซื้อแบบไหน ที่ไหนดี ขอให้มีความสุขกับการดูหนังอินเดียค่ะ
คงไม่ใช่ เพื่อนๆในบอร์ด คนรักชารุนะค้า อิอิ